• June 7, 2021

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ อุทยานพนมรุ้ง

ประวัติศาสตร์ ปราสาทหินที่สวยงามนั้นเป็นโบสถ์ ที่มีการบูรณะการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง  อาณาจักรขะแมร์ ได้หันมานับถือศาสนาพุทธนิกาย เทวดาสถานที่แห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นวัดมหายาน ด้วยการสร้างหินทรายที่เป็นสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุต  พนมรุ้ง แปลว่า ภูเขาใหญ่  นักวิชาการได้มีการแปลพอเป็นการสรุปของจารึก  พระเจ้าราชเชนทรวรมันที่ 2 ได้สถาปนาเทวาสถานถวายพระศิวะที่ภูเขาพนมรุ้ง สถานปัตยกรรมของเมืองโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดูลัทธิไศวะ  ซึ่งเป็นเทพเจ้าสูงสุด พนมรุ้งเปรียบเสมือนเขาไกรลาส เป็นที่ประทับของพระศิวะ

ประวัติศาสตร์ เมืองโบราณ

ประวัติศาสตร์ ปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบในลักษณะเป็นแนวเส้นตรง นั้นคือปราสาทประธานซึ่งได้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก โดยทางด้านขวาของศาสนสถานนั้นเป็นทางที่ขึ้นไปสู่อาคาร ที่ต่างเรียกกันว่า  พลับพลา เป็นอาคารที่เรียกกันปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง เป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ เมื่อได้เสด็จสู่การสักการะ เทพเจ้าหรือว่ามีการประกอบพิธีกรรมทางด้านศาสนาในบริเวรศาสนสถาน  สะพานนาคาราช เป็นทางเดินสู่ปราสาทที่ประดับด้วยเสามียอดที่คล้ายกันกับดอกบัวตูม ประวัติศาสตร์ที่เรียกกันว่า เป็นเสาเรียง ข้างละ 35 ต้น ทอดตัวไปยัง สะพานนาคาราช ด้วยรูปทรงกาบาทยกพื้นสูง ราวสะพานนั้นทำเป็นลำตัว ของพญานาค พระ 5 เศียร ด้วยความที่สร้างมาเชื่อมโยงกันกับระหว่างโลกมนุษย์นั้นกับเทพพระเจ้า

ประวัติศาสตร์ เมืองโบราณ

จึงเป็นสิ่งที่นาสนใจเอามาก ๆ จุดกึ่งกลางสะพาน มีภาพรูปดอกบัวทั้งหมดแปดกลีบ  อาจจะเป็นรูปเทพเจ้าประจำทิศทั้งแปดนั้นเอง  ทางทิศเหนือทีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแดง 1 หลัก เรียกว่า โรงช้างเผือก

 สุดสะพานนาคราชนั้นเป็นบันไดขึ้นสู่ทางไปปราสาท ตัวของปราสาทพระประธาน ตั้งอยู่โดยทางกลางปราสาทชั้นใน แผนผังนั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ห้องโถงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประวัติศาสตร์สร้างโดย นเรทราทิตย์ เป็นผู้นำการปกครองชุมชน มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง

ภานในเรือนตัวธาตุกึ่งกลาวง เรียกว่า ห้องครรภคฤหะ เป็นที่ประดิษฐ์สถานรูปที่เคารพที่สำคัญมากในนี้ ศิวลึงค์  ซึ่งได้แทนองค์พระศิวะที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ประติมากรรมชิ้นนี้ได้หายไป  ทางเดินของทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  และทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้

 มีปราสาทอิฐอยู่สองพระองค์และปรางค์น้อย เป็นหลักฐานของทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม

ได้กล่าวไว้ว่าปราสาททั้งสามหลังนั้นได้ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ ที่15 และที่16  บริเวณที่รายรอบที่เคยตั้งอยู่ที่ชุมชนเขาพนมรุ้งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ประวัติศาสตร์นอกจาก ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติแล้วนั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปากปล่องของภูเขาไฟ การก่อสร้างที่เป็นปราสาท มีความที่ใหญ่โตงดงาม ต่อมายังมีการบูรณะและการเปิดอุทยานได้รับการซ่อมแซมพร้อมทั้งยังบูรณะปราสาทไปพร้อมกัน  ด้วยการใช้วิธีอนัสติโลซิส คือการรื้อเดิมลงมาโดยการทำรหัสไว้ ด้วยการทำฐานขึ้นมาใหม่ให้มีความแข็งแรงทนทาน แล้วนยำชิ้นส่วนที่เหลือมาประกอบสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยการกลับมาก่อใหม่ ด้วยวิธีการสมัยเข้าร่วม ปราสาทพนมรุ้งนี้ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ 2475

ปรากฏการณ์ดวงพระอาทิตย์ขึ้น ได้ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 ช่วงวันที่ 3-5 เดือนเมายน และ วันที่ 8-10 กันยายน ของทุกปี ชาวบ้านจะเดินทางมาชมความอลังการที่ผสมผสานระหว่างทางธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน  และช่วงเดือน เมษายนกับเดือนตุลาคม ของวันที่ 6-8 ของทุกปี ดวงพระอาทิตย์นั้นก็จะตก สอดส่องประตูทั้ง15 บาน เช่นเดียวกัน

ประวัติศาสตร์ อุทยานพนมรุ้ง

ด้วยความมหัศจรรย์นี้จึงเป็นที่สนใจด้วยความศรัทธาของคนในพื้นที่ ปราสาทหินที่เก่าแก่ศิลปะขอมโบราณ ประวัติศาสตร์กาลเวลานั้น ผ่านมาร่วมนับพันปี การรังสรรค์ภูมิปัญญาเข้าไปด้วยจึงเกิดเอกลักษณ์   ได้ถ่ายทอดความน่าเชื่อถือนี้ในศาสนาฮินดูไศวนิกาย ที่วิจิตรงดงามเป็นอย่างมาก ต้องยอมรับเลยว่าการก่อสร้างเป็นความเป็นใหญ่ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เลย น่าทึ่งเป็นอย่างมาก ใครจะไปรู้ว่าเวลาที่คนสมัยก่อนนั้นค้นพบว่าพระอาทิตย์นั้นจะขึ้น หรือตกลงมาสอดส่องประตูทั้ง 15 บานนั้น ได้ตรงตามฤดูกาลอย่างชัดเจน

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวประวัติศาสตร์ น่ากินแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *